สังเกตุการสะกดคำและการเน้นเสียงของคำสองคำนี้ "Personnal" เป็นคำนามหมายถึงพนักงานในบริษัท เช่น "Our company has the best personnal in the industry." การเน้นเสียงจะเน้นพยางค์ท้ายของคำ ส่วน "Personal" เป็นคำ adjective หมายถึง ส่วนตัว เช่น "I'm requesting a day of annual leave for personal reasons." การเน้นเสียงจะเน้นที่พยางค์แรกของคำ แล้วถ้าคุณไม่ระวัง คุณอาจถูกเรียกตัวเข้าประชุม "personal meeting" ไม่ใช่ "personnal meeting" อย่างที่ควรจะเป็น

2. Pleease dress up politely
คำว่า up มันเกินมา
dress up มักจะหมายถึงแต่งกายอย่างเป็นทางการ (หมายถึง แต่งองค์ทรงเครื่องให้เกินธรรมดา)
dress up แปลอีกอย่างได้ว่า แต่งกายให้เปลี่ยนสภาพตัวเองไป มักจะใช้เป็น dress up as คือแต่งตัวให้เป็นอะไรซักอย่าง เช่น He dressed up as monser เขาแต่งตัวให้ดูเหมือนสัตว์ประหลาด
คำว่า politely มักจะใช้กับการพูดจาหรือกิริยามารยาท ไม่ค่อยใช้กับการแต่งกาย
โปรดแต่งกายให้สุภาพ น่าจะเขียนว่า Please dress properly. หรือ Please wear decent clothes. หรือเขียนลวดลายโดยไม่แปลคำต่อคำ คือ All visitors must be properly attired. (ประโยคนี้ดูท่าทางจะเข้ามากกว่า 2 ประโยคแรก)
Do not dangle any doll. มันแปลว่า อย่าเอาตุ๊กตาไปแขวนไว้
น่าจะเขียนว่า Do not dangle from any of the stautes. อย่าห้อยโหน(กาย) จากรูปปั้น ประโยคนี้ ถ้าตกคำว่า from จะไปกันคนละเรื่องเลย ถ้าจะเอาให้ชัดเจนเลยก็ต้องเขียนว่า Do not dangle yourself from any of the stautes.

3. Drive thur for tax. ควรเขียนคำว่า thur เป็น thru ซึ่งมีความหมายว่า ผ่าน
ประโยคที่ถูกต้องควรเป็น Drive thru for tax
4. Do you need a place for meeting's or party's ? Make a reservation now!
คำว่า Meeting's ให้ตัด 's ออก
Party's เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม es จะเป็น Parties
ดังนั้นประโยคที่ถูกต้องควรเขียนเป็น
Do you need a place for meeting or parties ? Make a reservation now!
5. Order your Turkey's and Ham's before their gone!!!! คำว่า Turkey's ให้ตัด 's ออก และ their เปลี่ยนเป็น they are
ให้ความรู้เกี่ยวกับการเขียนภาษาอังกฤษ ได้ดีมาก ค่ะ
ตอบลบดูสวยงาม น่าสนใจดีมาก
ตอบลบให้ความรู้ได้ดีมากๆเลยครับ ขอบคุณที่แบ่งปันนะครับ
ตอบลบ